การรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตให้เหมาะสมกับระยะของโรค จะช่วยชะลอการเสื่อมของไต ลดภาวะแทรกซ้อน และยืดระยะเวลาที่จะต้องเข้าสู่การฟอกไตออกไปได้
ระยะที่ 1-3a (ระยะเริ่มต้น)
เป็นช่วงที่ไตยังสามารถทำงานได้พอสมควร ผู้ป่วยอาจยังไม่มีอาการชัดเจน แนวทางสำคัญคือการควบคุมอาหารไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไป โดยเน้นลดโซเดียม เลือกรับประทานโปรตีนในปริมาณเหมาะสม (0.8 – 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน) และควบคุมโรคร่วม เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันการเสื่อมของไตที่รวดเร็วขึ้น
ระยะที่ 3b-5 (ระยะก่อนฟอกไต)
เป็นช่วงที่การทำงานของไตลดลงมากขึ้น การจำกัดโปรตีนอย่างเหมาะสมกลายเป็นประเด็นสำคัญ รวมถึงการควบคุมแร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียมและฟอสฟอรัส เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือกระดูกบาง
ระยะที่ 5 (ช่วงฟอกไต/ล้างไตทางหน้าท้อง)
ผู้ป่วยในระยะนี้มีความต้องการสารอาหารที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับมากขึ้น(1.0- 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน) เพื่อทดแทนการสูญเสียระหว่างกระบวนการฟอกไต ทั้งนี้ยังต้องควบคุมโซเดียมและปริมาณน้ำอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์
อาหารที่แนะนำ
1. ต้มฟักน่องไก่: เหตุผลที่ใช้น่องไก่เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารผู้ป่วยโรคไต เพราะเราต้องหลีกเลี่ยงส่วนของเนื้อสัตว์ที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในและส่วนปีกสัตว์ปีก นอกจากนี้ยังต้องเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันอีกด้วย
2. ผัดบวบใส่ไข่: เป็นอีกเมนูอาหารผู้ป่วยโรคไตที่ทำง่าย รสชาติอร่อย (อะไรใส่ไข่ก็อร่อย) เหตุผลที่เลือกใช้บวบ เพราะเป็นผักที่มีโพแทสเซี่ยมต่ำ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมว่า ให้ใช้น้ำมันน้อย ๆ อาจปรุงรสได้บ้าง แต่ให้จำกัดปริมาณเครื่องปรุงแต่พอดี
3. มะระผัดไข่: มะระจีน คนเป็นโรคไตสามารถรับประทานได้ แต่ตอนผัดอย่าเผลอใส่น้ำมันและเครื่องปรุงรสมากเกินไป
4. แกงส้ม: หลายคนอาจกังวลว่าแกงส้มไม่เหมาะจะเป็นอาหารผู้ป่วยโรคไต เพราะน่าจะมีรสจัด กลัวว่าจะมีโซเดียมสูงเกินไปหรือไม่? แต่แน่นอนว่าเมนูนี้ เราแนะนำให้ปรุงรสให้กลมกล่อมก็พอ ไม่ต้องหนักมือมาก ที่สำคัญ ต้องงดใส่กะปิ และผงชูรสโดยเด็ดขาด และเลือกใช้เฉพาะผักที่มีสีขาวหรือสีอ่อน (โพแทสเซี่ยมต่ำ) อย่างเช่น ผักกาดขาว ฟัก ข้าวโพดอ่อน เป็นต้น
5. ต้มจืดตำลึงหมูสับ: เป็นเมนูอาหารผู้ป่วยโรคไตที่ตัดเลี่ยนได้ดี เหมาะกับหลายโอกาส หากต้องการให้อยู่ท้องหน่อย อาจใส่วุ้นเส้นเข้าไปในต้มจืด หรือผสมวุ้นเส้นกับหมูสับที่ปั้นเป็นก้อนก็ได้ มีข้อแม้ว่าห้ามใส่ผักชี (เพราะมีโพแทสเซียมสูง) และผงชูรส
6. ถั่วงอกผัดเต้าหู้และเห็ดหูหนู: ถั่วงอกเป็นผักสีขาวที่มีโพแทสเซียมต่ำ ส่วนเต้าหู้ ให้เลือกใช้เต้าหู้แข็งขาว ในปริมาณ ½ ก้อน จะให้ปริมาณฟอสฟอรัสไม่สูงเกินไป ส่วนเห็ดหูหนูนั้น มีค่าโพแทสเซียมต่ำมากในบรรดาเห็ดต่าง ๆ แถมยังมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย เหมาะกับใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารผู้ป่วยโรคไตจริง ๆ
7. ผัดกะเพราไก่: พยายามปรุงรสให้เบามือ และห้ามใส่ถั่วฝักยาว เนื่องจากเป็นผักที่มีโพแทสเซียมสูง นอกจากนี้ ให้ระวังการใช้ส่วนอกไก่ที่มีโปรตีนสูง และส่วนปีกไก่ที่มีพิวรีนสูง
%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%20%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%95%20(10).jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น